ปัจจุบันเทรนด์ สมาร์ทโฮม (Smart Home) ได้รับความนิยมอย่างมาก จากชาวมิลเลนเนียลที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน และด้วยราคาที่ถูกลง จนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาสบายกระเป๋า เช่น เครื่องสแกนสั่งซื้อสินค้า สมาร์ททีวี เครื่องซักผ้าที่แจ้งเตือนเมื่อซักเสร็จ ทำให้พวกเขาใช้เวลารอไปทำงานอย่างอื่น หรือเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มหรือลดความเย็นผ่านแอปฯ ผ่านสมาร์ทโฟนได้ โดยไม่ต้องเดินไปหยิบรีโมทเลย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ ถูกเรียกว่าเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) หรืออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง
และวันนี้ไทยแวร์ มีอุปกรณ์ IoT ตัวหนึ่ง ที่คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาสักระยะ นั่นก็คือ หลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue เปลี่ยนแสงสี RGB ได้ตามใจ ในชุด Starter Kit ติดตั้งพร้อมใช้งาน โดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย อีกทั้งยังใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย เดี๋ยวลองไปรับชมจากบทความรีวิวชิ้นนี้ได้เลย
จุดเด่น
| จุดสังเกต
|
กล่องนอกของ Philips Hue ชุด Starter Kit ใช้โทนสีม่วงและดำ พร้อมรายละเอียดสเปค และฟีเจอร์ไว้คร่าวๆ ที่ด้านหลังของกล่อง
เมื่อแกะกล่องออกมา จะเห็นกระดาษรองอีกหนึ่งชั้นมีตัวอักษรหลากหลายภาษา มันคือ คู่มืออธิบายข้อมูลเบื้องต้น ที่ถูกสลักไว้บนกล่อง เผื่อว่าถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็สามารถอ่านดูตรงนี้ได้เลย ส่วนนี้ไม่มีอะไรมาก ขอข้ามไปยังส่วนต่อไป
ภายในกล่องชั้นในสุด อุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกใส่ไว้ในช่องกันกระแทก ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านบนสุดเป็น Hue Bridge หรือ กล่องที่ทำหน้าที่เป็นสะพาน รับ-ส่งคำสั่ง จากสมาร์ทโฟนไปยังหลอดไฟ
ถัดลงมาอีกชั้นเป็น หลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue จำนวน 3 หลอด พร้อมกับคู่มือใช้งาน, สาย LAN, สายไฟ และอะแดปเตอร์แปลงไฟ
อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับชุด Starter Kit มีดังนี้
ในส่วนนี้เราจะมาดูสเปค (Specification) ของ Philips Hue กัน โดยเริ่มที่หลอดไฟก่อน แล้วจึงต่อด้วยกล่อง Hue Bridge นะครับ
จะเห็นว่าขั้วหลอดไฟ Philips Hue เป็นรูปแบบ E27 มาตรฐานที่ใช้งานกันทั่วไปในไทย ขั้วเดิมของใครเป็นแบบนี้ เสียบแล้วหมุนก็ใช้ได้ทันที ส่วนค่าความสว่างของหลอดไฟคือ 806 lumen ไม่มากไม่น้อย อยู่ในระดับกำลังดี เหมาะกับเอาไปใส่ใน โคมไฟแบบแขวน/ตั้งโต๊ะ ส่วนกำลังไฟคือ 10W เท่าๆ กับหลอดไฟ LED ทั่วไปตามท้องตลาด
อายุการใช้งานตามสเปคระบุไว้ประมาณ 25,000 ชั่วโมง แต่กับการใช้งานจริง จะมากหรือน้อยกว่าก็ขึ้นอยู่กับลักษณะใช้งานของแต่ละคน สำหรับสเปคโดยรวมมีเพียงเท่านี้ หัวข้อต่อไปมาดูเรื่องดีไซน์กัน
ตอนเห็นหลอดไฟ Philips Hue ครั้งแรก ก็ทำเอาแปลกใจเล็กน้อย เพราะหน้าตาดูธรรมด๊าธรรมดา แทบไม่แตกต่างจากหลอดไฟรุ่นอื่นๆ ของ Philips เลย เอาจริงๆ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลย ว่ามันคือหลอดไฟ Philips Hue ที่มีราคาค่าตัวครึ่งหมื่น ถ้าจะแยกให้ออกต้องถือขึ้นมาแล้ววัดกันที่น้ำหนัก โดยน้ำหนักของ Philips Hue จะหนักกว่า
อย่างไรก็ตาม หลอดไฟมีหน้าที่แค่ให้ความสว่างเท่านั้น หน้าตาสวยงามไปก็ใช่เรื่อง และส่วนมากมันอยู่ในโคมไฟอีกด้วย คงไม่มีใครไปนั่งมองมันบ่อยๆ ใช่ไหมเอ่ย? ฉะนั้นดีไซน์จึงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญสักเท่าไร
ส่วนกล่อง Hue Bridge มีรูปร่างหน้าตาเรียบๆ แต่ดูทันสมัย ตรงขอบมุมโค้งมน ขนาดกะทัดรัด ตั้งหลบมุมได้ง่าย จะวางแบบนอน ตั้ง หรือแขวนกับผนังก็ได้
ด้านบนสุดมีปุ่มวงกลม เขียนว่า PHILIPS สำหรับใช้กดยืนยันการเชื่อมต่อ และขอบๆ มีไฟสีน้ำเงินแสดงสถานะ ช่วยให้มองเห็นในที่มืด และมีจุดไฟ LED แสดงสถานะของส่วนต่างๆ ตามรูปไอคอน
ส่วนด้านล่างมีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานของเครื่อง โดยมีส่วนที่สำคัญๆ ที่เราต้องดูไว้ก็คือรหัสเชื่อมต่อ (800-41-935) และช่องสำหรับคืนการตั้งค่าโรงงาน (restore factory settings) ที่นานๆ จะกดที
ถึงตรงนี้เพื่อนๆ คงได้เห็นรูปร่างดีไซน์ของ Philip Hue กันไปแล้วใช่ไหมเอ่ย ส่วนต่อไปเราจะพูดถึงประสบการณ์ใช้งานกัน แต่หากว่าใครยังไม่รู้ว่าติดตั้งยังไง ให้ดูวิธีทำด้านล่างนี้เลย
บทนี้จะเป็นการบอกเล่าถึงประสบการณ์ จากการลองใช้ Philips Hue ทั้งในส่วนของการตั้งค่าแอปฯ และความรู้สึกเมื่อปรับเปลี่ยนสีหลอดไฟ เป็นต้น เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น จะแยกออกเป็นข้อๆ ดังนี้
วิดีโอทดสอบการใช้งาน Philips Hue จาก Youtube
ผู้เขียนสัมผัสได้ทันที หลังจากเปลี่ยนสีขาวสว่างๆ เป็นสีเขียวอ่อนๆ คล้ายกับสีใบไม้ธรรมชาติ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ก็คือ รู้สึกสงบจนอยากหลับตา นอนงีบพักผ่อน แบบไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
แต่พอผ่านไปสักระยะก็ลองเปลี่ยนเป็นสีแดงสด กลับรู้สึกแปลกไป ในใจมันรู้สึกร้อนรน จนต้องเปลี่ยนกลับเป็นสีเขียวอ่อนดังเดิม นี่เองทำให้ผู้เขียนเกิดสงสัยว่าทำไม จึงไปค้นหาคำตอบเกี่ยวกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ภาพประกอบการเปลี่ยนโทนสีของไฟ Philips Hue
สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า มันคือ "จิตวิทยาของสี" ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิด และจิตใจของคนเรา โดยข้อมูลจากงานวิจัยหลายชิ้น ทั้งในและต่างประเทศ ระบุตรงกันว่า สีเขียวเป็นสีที่โดดเด่นที่สุดในโลก ทำให้รู้สึกร่มรื่น สบายตา ผ่อนคลาย กลับกัน สีแดงเป็นสีที่กระตุ้นระบบประสาทของเรารุนแรงที่สุด ทำให้รู้สึก เร้าใจ ตื่นเต้น ท้าทาย ตื่นตัว และนี่ก็คือคำตอบของความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
อย่างไรก็ตามหากเป็นเช่นนั้นแล้ว เราอาจใช้ประโยชน์ในสิ่งนี้ กับการปรับอารมณ์การทำงาน การพักผ่อน หรือเพิ่มความบันเทิงเวลาดูหนังได้เลยล่ะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย เพราะต่างคนก็ต่างความรู้สึก อาจไม่ได้ผลเหมือนๆ กัน
ภาพเคลื่อนไหวประกอบการควบคุมหลอดไฟ Philips Hue
นี่เป็นอีกจุดหนี่งที่อยากจะพูดถึงเลย รู้หรือไม่ว่าเจ้าหลอดไฟ Philips Hue ตัวนี้ จัดอยู่ในอุปกรณ์ประเภท IoT (Internet of Things) ด้วยนะ เพราะว่ามันเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ยังไงล่ะ และสามารถสื่อสารกันเองระหว่างเครื่องจักร หรือที่เรียกว่า M2M (Machine to Machine) ระหว่าง สมาร์โฟน กับ Hue Bridge และตัวหลอดไฟ Philips Hue
สั่งปิดไฟด้วยเสียงแบบง่ายๆ ผ่านผู้ช่วยอัจฉริยะ Siri บน iPad
นั่นหมายความว่า ไม่ว่าตัวจะอยู่ไกลแค่ไหน ขอเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตกับสมาร์ทโฟนเท่านั้น ก็สั่งเปิด-ปิดไฟ รวมถึงเปลี่ยนสีจากระยะไกลได้ทันที เช่นว่า ตอนดึกเรากำลังจะกลับถึงบ้านแล้วไม่อยากคลำหาสวิตซ์เปิดไฟ ก็สั่งเปิดล่วงหน้าก่อนจะเข้าบ้านได้เลย หรือเดินเข้าห้องนอนแล้ว ลืมปิดไฟชั้นล่างก็สั่งปิดข้ามห้องได้
ส่วนจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือ สั่งงานด้วยเสียง ผ่านผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant และ Siri บนสมาร์ทโฟน หรือเชื่อมต่อกับ Google Home หรือ Alexa เพื่อใช้ฟีเจอร์คำสั่งเสียงได้ด้วยนะ มันช่วยสร้างประสบการณ์ใช้งานใหม่ๆ ให้กับเรามากโขเลยทีเดียว
และหลังจากที่ผู้เขียนได้ทดลองใช้งานดู ก็รู้สึก "ว๊าว" กับการ สั่งด้วยเสียงเอามากๆ แค่เราขยับปากออกเสียง ไฟก็สว่างขึ้นทันใด จากที่ปกติเราต้องเดินเปิดสวิตซ์ไฟ แต่นี่ไม่ต้องเดินเลย แค่นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับออกเสียง ไฟก็จะถูกเปิดขึ้นทันที กล้าบอกเลยล่ะว่ามันสะดวกสบายสุดๆ ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่ความสามารถส่วนหนึ่งเท่านั้น Philips Hue ยังสามารถทำอะไรๆ ได้อีกหลายอย่าง อย่างเช่น ทำให้หลอดไฟกระพริบตามจังวะเสียงเพลง โดยใช้แอปฯ เสริม เป็นต้น เดี๋ยวเราจะมาดูกันในส่วนต่อไปนะครับ
เมื่อสามารถจัดงาน Party ในห้องได้แล้ว ทำไมจะเปลี่ยนหลอดไฟ Philips Hue ให้เป็น ไฟดิสโก้ (Disco) ไม่ได้ล่ะ ! อีกหนึ่งความสามารถของเจ้าหลอดไฟตัวนี้ ก็คือการสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน ให้มันกระพริบและเปลี่ยนสีไปมาตามจังวะเสียงเพลง ซึ่งช่วยให้เราแดนซ์มันส์ๆ ได้ โดยการตั้งค่านั้น จะต้องทำในแอปฯ นอกค่าย ซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลาย แต่ส่วนมากนั้นจะเป็นแอปฯ เสียเงินทั้งนั้น
ทางผู้เขียนเจอแอปฯ ตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า HueParty เห็นว่ามันฟรี จึงลองติดตั้งดู ปรากฏว่าใช้ได้จริงๆ แต่มันเปิดให้ใช้แค่ 2 พรีเซ็ตเท่านั้น หากอยากปรับแต่งมากกว่านี้ ต้องเสียเงินซื้อพรีเซ็ตเพิ่ม หากไม่ติดขัดอะไร เท่าที่ตัวแอปฯ มีให้ใช้ก็เพียงพอต่อการเปลี่ยนไฟธรรมดาให้กลายเป็นไฟ Disco สำหรับ Party แล้ว
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุปกรณ์ IoT ที่พึ่งการสั่งงานจากสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียวก็คือ "หากไม่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ มันก็คืออุปกรณ์ธรรมดาราคาแพงเท่านั้น" ซึ่งเจ้าหลอดไฟ Philips Hue ตัวนี้ก็เช่นกัน
เมื่อพูดถึงจุดเด่นไปแล้ว เราจะมาพูดถึงจุดสังเกตกันบ้าง จากที่ทดลองใช้ก็รู้ว่าวันไหนไม่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ ก็ทำอะไรกับหลอดไฟไม่ได้เลยสักนิด ทำได้แค่เปิด-ปิดไฟด้วยสวิตซ์เท่านั้น แถมสีไฟต่างๆ ที่ตั้งไว้ก็จะถูกรีเซ็ตใหม่เป็นสีขาวทุกครั้งอีก นี่รวมถึงเวลาไฟดับด้วยนะ
แต่ถึงอย่างนั้นเจ้า Philips Hue ก็มีตัวควบคุมแยกที่ชื่อว่า Hue Dimmer Switch วางขายต่างหากในราคาประมาณ 800 บาท สำหรับเป็นสวิตซ์เปิด-ปิดไฟ และควบคุมความสว่างเล็กๆ น้อย แต่ก็ยังใช้แทนสมาร์ทโฟนไม่ได้ อย่างไรก็ดีหากเอาจุดเด่นกับจุดสังเกตมาเทียบกันแล้ว น้ำหนักของจุดเด่นยังมีมากกว่า และยังถือว่าน่าลองถ้ามีงบเหลือๆ
เป็นอย่างไรบ้างครับ กับหลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue ชุด Starter Kit แบบพร้อมใช้งาน ที่แค่นำไปใส่เข้ากับขั้วหลอดเดิม ก็เปิดใช้ได้ที อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนโทนสีของห้องได้ดังใจต้องการ รวมถึงการสั่งงานผ่านเสียง Siri, Google Assistance บนสมาร์ทโฟน หรือจะเป็นสมาร์ทโฮม อย่าง Google Home และ Alexa ก็ย่อมได้ นี่จะช่วยเปิดประสบการณ์ใช้งานรูปแบบใหม่ๆ พร้อมกับปรับอารมณ์ของห้องให้สดใส หรือดูมีพลังได้ทันตา
ถึงแม้ว่า Philips Hue จะมีข้อสังเกตอยู่บ้าง มันก็เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น หากเทียบข้อดี ส่วนตัวผู้เขียนเองรู้สึกว่า หากได้นำไปติดตั้งในห้องรับแขก น่าจะทำให้ห้องดูน่าสนใจ และใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่ ดูภาพยนตร์ ดินเนอร์ หรือใช้จัดปาร์ตี้ก็ยังได้ สุดท้ายนี้เจ้าหลอดไฟตัวนี้จะคุ้มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ามันตอบโจทย์การใช้ของทุกคนมากแค่ไหน หวังว่ารีวิวชิ้นนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกคนนะครับ
|
How to .... |