MYNT TRACKER อุปกรณ์ป้องกัน และติดตามของหาย รวมถึงยังใช้เป็นรีโมทบลูทูธ เพื่อควบคุมการทำงานของสมาร์ทโฟนได้อีกต่างหาก สามารถทำงานเป็นแทรคขนาดเล็ก เพื่อนำไปผูกติดกับข้าวของสำคัญที่ไม่ต้องการให้สูญหายอย่าง พวงกุญแจ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเป้ กระเป๋าเดินทาง หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง รวมถึงเด็กเล็ก หลักการทำงานคือ MYNT TRACKER จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราผ่านสัญญาณบลูทูธ และในกรณีที่เราไปนั่งร้านอาหาร แล้วเดินออกมาจากร้านโดยวางลืมพวกกุญแจ (ที่ผูกอยู่กับ MYNT TRACKER) เอาไว้บนโต๊ะ เมื่อเราเดินออกมาจากร้าน จนถึงระยะที่สมาร์ทโฟนขาดการเชื่อมต่อบลูทูธกับ MYNT TRACKER สมาร์ทโฟนก็จะส่งเสียงเตือน พร้อมแสดงข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอ ให้เราได้รีบเดินกลับไปหยิบพวงกุญแจที่ร้านได้อย่างทันท่วงที และในทางกลับกัน หากเราไปนั่งร้านอาหารแล้ววางลืมสมาร์ทโฟนไว้บนโต๊ะ อุปกรณ์ MYNT TRACKER จะส่งเสียงเตือน ให้เราเดินกลับไปหยิบสมาร์ทโฟนได้ทัน (แต่ถ้าดันวางลืมไว้ทั้งสมาร์ทโฟน และตัว MYNT TRACKER ก็ตัวใครตัวมันครับ)
การผูกอุปกรณ์เข้ากับสัตว์เลี้ยง ต้องมีการสวมใส่ซองกันน้ำ (Water Proof Sleeve) ให้กับ MYNT TRACKER โดยความสามารถในการกันน้ำของมัน สามารถนำติดตัวลงสระน้ำ หรือลงดำน้ำได้เลย แต่ซองกันน้ำไม่ได้มีแถมมาให้นะครับ ต้องซื้อแยกต่างหาก
MYNT TRACKER อุปกรณ์แทรคเกอร์สารพัดประโยชน์ บรรจุมาในกล่องกระดาษใบเล็กๆ สีขาวที่ห่อหุ่มกล่องพลาสติกเอาไว้ภายใน โดยขนาดกล่อง กว้าง x ยาว x หนา เพียง 42 x 80 x 17 มม.
โดยอุปกรณ์ทั้งหมดที่ให้มาในกล่อง ก็มีรายละเอียดตามภาพด้านบนเลยครับ ได้แก่
โดยเนื้อหาในแผ่นพับคู่มือ มีเนื้อหาหลายภาษา อาทิ ภาษาอังกฤษ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, เกาหลี และจีน แต่ก็น่าเสียดาย ที่ไม่มีเนื้อหาเป็นภาษาไทย และเนื้อหาในคู่มือก็มีเพียงสั้นๆ คือแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ของตัว MYNT TRACKER และแนะนำวิธีการติดตั้งแอปฯ รวมถึงการเชื่อมต่อ MYNT TRACKER กับสมาร์ทโฟนอย่างคร่าวๆ โดยมีการเขียนอธิบายทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ให้ทำตามขั้นตอนการติดตั้งที่มีบอกในแอปฯ ในความคิดเห็นส่วนตัวคือถ้าในแผ่นพับคู่มือ จะมีอธิบายขั้นตอนการติดตั้งที่ละเอียดกว่านี้ก็น่าจะดีนะ
บนตัว MYNT TRACKER มีปุ่มกดอยู่เพียงปุ่มเดียว เพื่อควบคุมการเชื่อมต่อ และใช้เป็นปุ่มรีโมทสั่งงานสมาร์ทโฟน
สำหรับขั้นตอนการถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ของตัว MYNT TRACKER ไม่มีอธิบายในคู่มือ แต่ทำได้ดังนี้ โดยให้พลิกดูด้านข้าง จะเห็นสลักล็อกถาดใส่แบตฯ ให้ใช้เล็บเกี่ยวในร่องเล็กๆ แล้วเลื่อนสลักมาทางด้านซ้าย
ก็จะดึงถาดใส่แบตฯ ออกมาได้ และในขั้นตอนการเปลี่ยนแบตฯ ก้อนใหม่เข้าไป ต้องใส่แบตฯ ให้ถูกขั้วนะครับ
สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ MYNT TRACKER ผ่านสมาร์ทโฟนทั้งบนระบบ Android และ iOS ต้องทำการติดตั้งแอป MYNT ลงในเครื่อง โดยคลิกที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อทำการดาวน์โหลดแอปฯ ได้เลยครับ
เมื่อติดตั้งแอปฯ เรียบร้อยแล้ว เปิดแอปฯ ขึ้นมาครั้งแรก มันจะแนะนำให้เราเปิดระบบบลูทูธ เพื่อเริ่มต้นการเชื่อมต่อกับ MYNT TRACKER จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Done ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการ Register เข้าสู่ระบบของ MYNT โดยต้องมีการกำหนด Username ระบุอีเมล และกำหนดรหัสผ่าน ซึ่งขั้นตอนการ Register นั้นก็ง่ายและรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงแป๊บเดียวก็เรียบร้อย
ขั้นตอนต่อมา จะเป็นการ Pair ตัว MYNT TRACKER เข้ากับสมาร์ทโฟนของเรา ให้แตะที่ปุ่ม + (ตามภาพซ้าย) จะข้ามมาที่ภาพกลาง ให้แตะเลือกที่ตัว MYNT จะมาสู่หน้าจอทางด้านขวา ที่บอกให้เรา ดึงแผ่นพลาสติกปิดขั้วแบตฯ ของตัวแทรคเกอร์ออก เพื่อให้อุปกรณ์เริ่มการทำงาน
แผ่นพลาสติกปิดขั้วแบตฯ ที่ต้องดึงออก เพื่อให้ตัว MYNT TRACKER เริ่มทำงาน
ในภาพซ้าย หน้าจอของแอปฯ จะบอกให้กดปุ่มที่ตัว MYNT TRACKER จากนั้นให้ไปที่เมนู การตั้งค่าอุปกรณ์บลูทูธของสมาร์ทโฟน เพื่อยอมรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ MYNT เพียงเท่านี้ก็เป็นอันว่า อุปกรณ์แทรคเกอร์พร้อมสำหรับการใช้งาน
ฟังก์ชั่นเด่นอย่างแรกของ MYNT TRACKER คือ การแจ้งเตือนวางของลืมไว้ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งสามารถแจ้งเตือนการวางลืมได้ทั้ง 2 ทาง คือในกรณีที่เราวางลืม สมาร์ทโฟน หรือ ข้าวของเครื่องใช้ที่ผูกอยู่กับแทรค MYNT TRACKER ไว้ในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง
คือเมื่อเราวางลืมไว้แล้วเดินห่างออกมาจน สมาร์ทโฟน และตัว MYNT TRACKER ขาดการเชื่อมต่อบลูทูธระหว่างกัน อุปกรณ์ทั้ง 2 ก็จะส่งเสียงเตือน พร้อมกับที่หน้าจอสมาร์ทโฟนจะมีแสดงข้อความแจ้งเตือนว่า เราวางลืม MYNT TRACKER ไว้หรือไม่ จากการลองใช้งานจริง พบว่า ในกรณีที่เราวางลืม MYNT TRACKER เอาไว้ สมาร์ทโฟนจะส่งเสียงแจ้งเตือนค่อนข้างดัง ทำให้เรารู้ตัวและพอจะเดินกลับไปหยิบของที่วางลืมเอาไว้ได้ทัน แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราวางลืมสมาร์ทโฟนเอาไว้ ผลปรากฏว่า ตัว MYNT TRACKER จะส่งเสียงแจ้งเตือน แต่เสียงเบาเอามากๆ คือถ้าไปเดินอยู่ริมถนน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงค่อนข้างดังแล้วหล่ะก็ มันก็ยากที่จะได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากตัว MYNT TRACKER ทำให้อาจเกิดเป็นกรณีลืมมือถือแล้วลืมเลย ไม่ได้เดินกลับไปหยิบ
สิ่งที่ควรรู้คือ สามารถตั้งค่าในแอปฯ เพื่อปิดไม่ให้ระบบเสียงเตือนทำงานเมื่อเราอยู่ที่บ้าน หรือที่ทำงาน (ภาพซ้าย) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ (เข้าถึงเมนูนี้โดยการแตะที่ปุ่มรูปฟันเฟือง ตรงมุมขวาบนของหน้าจอแอปฯ)
ส่วนภาพขวา เป็นการปรับตั้งความยาวนานของการส่งเสียงแจ้งเตือน ทั้งจากตัวสมาร์ทโฟน (Phone alarm) และเสียงเตือนจากตัวแทรคเกอร์ (MYNT alarm) ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้เสียงเตือนดังนาน 3, 6 หรือ 30 วินาที หรือจะตั้งปิดเสียงเตือนก็ยังได้ (Off) โดยแนะนำว่าในส่วนของ Phone alarm ตั้งไว้ที่ 3 วินาทีก็น่าจะเพียงพอ และในส่วนของ MYNT alarm อาจตั้งไว้ที่ 30 วินาทีเลย เพราะอย่างที่บอกว่าเสียงเตือนจากตัวแทรคเกอร์ค่อนข้างเบา ตั้งเวลาส่งเสียงแจ้งเตือนเอาไว้ยาวๆ จะมีโอกาสได้ยินเสียงเตือนสูงกว่า
และในส่วนของค่า Sensitivity จะเป็นการตั้งค่าหน่วงเวลา ว่าสมาร์ทโฟนกับตัวแทรคเกอร์ต้องขาดการเชื่อมกันนานเท่าไหร่ ก่อนที่ทั้งสมาร์ทโฟน และแทรคเกอร์จะเริ่มส่งเสียงเตือน ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็น 15, 30 หรือ 45 วินาที
ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เราไปวางลืมพวงกุญแจ หรือกระเป๋าเดินทางที่ผูกกับ MYNT TRACKER เอาไว้ที่ไหน แล้วไม่ได้เดินกลับไปเอาในทันที ในตัวแอปฯ MYNT มีฟังก์ชั่นการจดจำตำแหน่ง GPS สุดท้ายที่สมาร์ทโฟนกับตัวแทรคเกอร์ขาดการเชื่อมต่อกัน (ไม่ใช่ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ของตัวแทรคเกอร์นะ) โดยแสดงตำแหน่งให้เห็นบนแผนที่เลย ทำให้พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าเราไปวางลืมของไว้ที่ไหน โดยมี 2 ระบบแผนที่ให้เลือกใช้สำหรับการแสดงตำแหน่ง แบบแรกเลยก็คือ GaoDe Map และแบบที่สองคือ Google Maps โดยจาการลองใช้งานพบว่า ระบบแผนที่ของ Google Maps เวิร์กกว่านะ
ภาพซ้าย แสดงตำแห่งสุดท้ายที่ สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับตัวแทรคเกอร์ ส่วนภาพขวานั้นเป็นระบบการนำทางเราไปหาสิ่งของที่ลืมไว้
และเราสามารถเปิดระบบนำทางของ Google Maps เพื่อนำทางเราไปเอาของที่วางลืมไว้ได้เลย แต่ก็อย่างที่บอกว่า การแสดงตำแหน่งในแอปฯ MYNT นั้นไม่ใช่ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ซึ่งถ้าในกรณีที่เราไปวางลืมของไว้ที่ร้านอาหารแล้วเจ้าของร้านไม่ได้เก็บไว้ให้ หรือมีมือดีหยิบไปแล้ว มันก็ยากที่เราจะได้ของคืนนะ
เคยไหมครับ อยู่บ้านแล้วหาไม่เจอว่าเอาสมาร์ทโฟนไปวางไว้ตรงไหน ลืมว่าเอากระเป๋าตังค์ พวงกุญแจไปวางไว้ตรงไหน กว่าจะหาเจอก็หมดเปลืองเวลาไปไม่ใช่น้อย อุปกรณ์ MYNT TRACKER ช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้ ด้วยฟังก์ชั่นการช่วยค้นหาแบบ 2 ทิศทาง คือถ้าเราหาสมาร์ทโฟนไม่เจอ ให้กดปุ่มที่ตัวแทรคเกอร์ค้างเอาไว้ สมาร์ทโฟนของเราก็จะส่งเสียงร้องทำให้หาเจอได้ง่าย
ในทางกลับกัน หากเราต้องการตามหาสิ่งของที่ผูกติดอยู่กับ MYNT TRACKER ก็ให้เข้าไปในหน้าจอการเชื่อมต่อกับตัวแทรคเกอร์ของแอป MYNT แล้วแตะที่ปุ่ม Ring เพียงเท่านี้ตัวแทรคเกอร์ก็จะส่งเสียงร้องทันที แต่ก็อย่างที่บอกไปว่า เสียงจากตัวแทรคเกอร์ค่อนข้างเบา เพราะฉะนั้นควรปิดเสียงทีวี ปิดเสียงเพลงในบ้าน แล้วตั้งใจฟังสักนิดก็น่าจะหาเจอนะครับ
อุปกรณ์ MYNT TRACKER มีโหมดการใช้งานเป็นรีโมทคอนโทรลให้เลือกใช้อยู่หลายโหมด อาทิ โหมด Default ที่ใช้ควบคุมการเล่นเพลงของสมาร์ทโฟนผ่านการกดปุ่มที่ตัวแทรคเกอร์ รวมถึงใช้กดเพื่อให้สมาร์ทโฟนส่งเสียงร้องได้ด้วย (สำหรับในกรณีที่นึกไม่ออกว่าเอาสมาร์ทโฟนไปวางลืมไว้ตรงไหน) ซึ่งโหมด Default ใช้งานได้ดี
ในส่วนของโหมด Camera ใช้การกดปุ่มที่ตัวแทรคเกอร์เพื่อลั่นชัตเตอร์ และกดปุ่มค้างเพื่อการถ่ายภาพนิ่งรัวเป็นชุด ซึ่งก็ใช้งานได้ดีเช่นเดียวกัน
ในส่วนของโหมด Music ใช้ควบคุมการเล่นเพลงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้เล่น/หยุดเล่น กระโดดข้ามไปเล่นเพลงถัด ไป แต่กับการลองใช้งานกับแอปฯ ฟังเพลงหลายๆ ตัวบนระบบ Android พบว่า คำสั่ง Previous เพื่อกระโดดกลับไปเล่นเพลงก่อนหน้า ไม่สามารถใช้งานได้ และคำสั่งเร่ง/ลดเสียง Vol Up และ Down ก็ใช้งานค่อนข้างยาก เพราะมีการหน่วงเวลาพอควรเมื่อกดสั่งงาน ทำให้จังหวะการเร่ง/ลดเสียง เลยไปเลยมา ไม่ได้ระดับเสียงที่ต้องการ พูดง่ายๆ ก็คือกดปุ่ม Vol ที่ตัวสมาร์ทโฟนเอาเลยง่ายกว่า
และมีโหมดการสั่งงานแบบ Custom ที่เปิดโอกาสให้เราได้เซ็ตคำสั่งสำหรับปุ่มบนตัว MYNT TRACKER ในแต่ละรูปแบบได้ตามต้องการ
เราได้ลองเชื่อมต่ออุปกรณ์ MYNT TRACKER เข้ากับเครื่อง MacBook เพื่อใช้อุปกรณ์นี้ควบคุมการฉายหน้าสไลด์งานนำเสนอผ่านโปรแกรม Keynote พบว่าอุปกรณ์นี้สามารถใช้เป็น Presentation clicker เพื่อควบคุมการเลื่อนเปลี่ยนหน้าสไลด์ และใช้กดสั่งเพื่อออกจากการฉายงานนำเสนอได้ดีเลย
นอกจาก MYNT TRACKER จะใช้ควบคุมการฉายงานนำเสนอผ่านเครื่อง Mac ได้แล้ว ก็ยังใช้ควบคุมการเล่นเพลงของโปรแกรม iTune ได้ด้วย โดยสามารถควบคุมการเล่นเพลงได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งเล่น/หยุดเล่น กระโดดข้ามไปเล่นเพลงถัดไป กระโดดกลับไปเล่นเพลงก่อนหน้า รวมถึงการสั่ง เพิ่ม/ลด เสียง ก็ทำได้อย่างราบรื่น
โดยสำหรับคนที่ต้องการดาวน์โหลดโปรแกรม MYNT เพื่อนำอุปกรณ์ MYNT TRACKER ไปเชื่อมต่อใช้งานกับเครื่อง Mac ก็สามารถคลิกที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมได้เลยครับ
ข้อดี
| ข้อสังเกต
|
|
ไม่เสพติดไอที แต่ชอบเสพข่าวเทคโนโลยี หาความรู้ใหม่ๆ มาใส่สมอง |